ดินถล่ม ดินถล่ม เป็นภัยธรรมชาติอย่างหนึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนในเขตพื้นที่ร้อนชื้นหรือพื้นที่ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน รวมถึงเกิดจากแผ่นดินไหวด้วย ดินถล่ม หรือ Landslide เกิดจากการเคลื่อนย้ายของมวลดินและหินขนาดใหญ่บนภูเขาไหลลงมาตามทางลาดและถล่มลงเบื้องหลัง ดินถล่มนั้นมักมีส่วนเกี่ยวข้องกับน้ำเสมอ ดินถล่มถือว่าเป็นภัยธรรมชาติที่อันตรายมากต่อบ้านเรือนที่อยู่เบื้องล่างรอบๆพื้นที่ของดินถล่ม ก่อเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ที่ผ่านมาดินถล่มคร่าชีวิตคนเป็นจำนวนมากมาแล้ว นอกจากดินถล่มแล้วยังก่อเกิดภัยธรรมชาติอื่นตามมาอีก สาเหตุดินถล่มส่วนใหญ่เกิดจากดินที่ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ดินเหล่านั้นเกิดกระบวนการเป็นของเหลวและไม่สามารถเกาะพื้นดินไว้ และถล่มลงมานอกจากนี้ดินถล่มยังเกิดจากแผ่นดินไหวด้วยเมื่อเกิดแผ่นดินไหวบริเวณพื้นที่ภูเขาสามารถก่อให้เกิดดินถล่มได้เช่นกัน ดินถล่มยังก่อให้คลื่นสึนามิด้วยหากว่าพื้นที่เกิดดินถล่มอยู่ใกล้บริเวณทะเลสาบหรืออ่าวเล็ก แผ่นดินที่ถล่มลงมานั้นมีขนาดใหญ่พอเมื่อถล่มลงสู่พื้นน้ำเบื้องล่างจะก่อเกิดการย้ายมวลน้ำอย่างรวดเร็ว หากบ้านเรือนอยู่ใกล้ชายฝั่งก่อเกิดความเสียหายได้ ดินถล่ม ถูกจำแนกออกหลากหลายรูปแบบ อย่างเช่น ดินถล่มแบบหิน เกิดจากหินบนภูเขาที่ดินเกิดการอ่อนตัวภายหลังฝนตกหินที่หนักกว่าจะถล่มลงมาภาวะหินถล่มนั้นอันตรายมากและไม่มีการเตือนล่วงหน้าอีกทั้งหินถล่มอย่างเกิดขึ้นจากบริเวณเชิงเขาที่มีรอยแยกซึ่งเกิดจากการซึมของน้ำ รอยแยกเมื่อปริบแตกมากขึ้นก่อให้เกิดการถล่มภายหลัง, ดินถล่มจากการลื่นไถล ดินถล่มชนิดนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงฤดูฝน เกิดจากการที่ฝนตกอย่างหนักติดต่อกันหลายวันมวลของดินมีหน้าที่เก็บกักน้ำไว้เพื่อป้องกันน้ำป่า แต่หากว่ามวลน้ำดังกล่าวไม่สามารถเก็บไว้ได้ส่งผลให้ดินมีลักษณะเหลวและเกิดการถล่มลงมาตามลาดเขาซึ่งนำพาเอาต้นไม้ ดินและน้ำ ไหลลงมาที่เชิงเขา ซึ่งในประเทศไทยเคยประสบกับดินถล่มในลักษณะนี้มาแล้ว และอีกรูปแบบหนึ่งคือดินถล่มแบบลักษณะแผ่นดินขนาดใหญ่ ดินถล่มชนิดนี้เกิดขึ้นจากรอยแตกบริเวณเขาเกิดจากน้ำที่ไหลซึมและการกัดเซาะจนทำให้แผ่นดินขนาดใหญ่ถล่มลงมา หากเกิดการถล่มลงทะเลหรือแหล่งน้ำจะเกิดคลื่นยักษ์สึนามิที่มีความรุนแรงมาก เหตุการณ์ดินถล่มครั้งร้ายแรงที่ผ่านมานั้น อาทิเช่น ดินถล่มเหนือเขื่อนวาจอง อิตาลี ในปี 1963 ดินถล่มดังกล่าวเกิดจากแผ่นดินกว้างถึง 2 กิโลเมตรถล่มลงสู่น้ำเหนือเขื่อนและเกิดคลื่นยักษ์ล้นเขื่อน น้ำปริมาณมหาศาลไหลท่วมสู่หมู่บ้านเบื้องล่างเขื่อน มีผู้เสียชีวิตกว่า 2 พันคน


พายุไต้ฝุ่นเกย์ ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในเขตร้อน ซึ่งเป็นเขตที่มีการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนมากมายบางครั้งพายุเขตร้อนนั้นอาจส่งผลกระทบกับไทย แต่นับว่าโชคดีพายุที่พัดเข้าสู่ประเทศไทยนั้นไม่รุนแรงนักแต่จะทำให้ฝนตกหนัก และลมแรงบางจุดเท่านั้น ในอดีตไทยเคยเผชิญหน้ากับพายุเขตร้อนนับไม่ถ้วนแต่มีเหตุการณ์หนึ่งที่ร้ายแรงและสร้างผลกระทบกับประเทศไทยมหาศาลอย่าง เหตุการณ์ พายุไต้ฝุ่นเกย์ พัดถล่มเมื่อปี พ.ศ. 2532 พายุไต้ฝุ่นเกย์ เป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกหนึ่งที่พัดเข้าฝั่งในประเทศไทยและเป็นพายุลูกแรกและลูกเดียวในประวัติศาสตร์ที่พัดขึ้นฝั่งประเทศไทย ย้อนกลับไปในวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 พายุลูกนี้เริ่มก่อตัวขึ้นบริเวณอ่าวไทยห่างจากชายฝั่งจังหวัดชุมพรไปราว 300 กิโลเมตร ทั้งนี้จากการก่อตัวของพายุนั้นนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นเรื่องที่แปลกมากสำหรับพายุลูกนี้ที่ก่อตัวในเขตอ่าวไทย ซึ่งมีลักษณะเป็นอ่าวขนาดเล็กที่มีความหนาแน่สูง ซึ่งมันได้เพิ่มกำลังแรงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นพายุระดับไต้ฝุ่น ส่วนมากพายุหมุนเขตร้อนจะก่อตัวบริเวณทะเลเปิดและพัดเข้าฝั่ง สำหรับไต้ฝุ่นเกย์ถือว่าเป็นพายุที่มีความผิดปกติและในวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 เวลาประมาณ 08.00 น. พายุนี้ได้ขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดชุมพรด้วยความเร็วลมประมาณ 120 – 125 กิโลเมตร/ชั่วโมง หรือเทียบเป็นพายุระดับ 2 ซึ่งพายุไม่อ่อนกำลังแม้ว่าจะพัดผ่านเทือกเขาก็ตาม พายุไต้ฝุ่นเกย์ก่อขึ้นเกิดลมพัดแรงถล่มบ้านเรือนหลายหมู่บ้าน และ เกิดน้ำท่วมฉับพลัน พื้นที่ป่าและอาคารบ้านเรือนในจังหวัดชุมพรได้รับความเสียหายอย่างหนัก นอกจากนี้จังหวัดใกล้เคียงก็ได้รับผลกระทบด้วย นอกจากนี้พายุยังเดินทางข้ามไปยังฝั่งทะเลอันดามันและเดินทางข้ามมหาสมุทรอินเดียและเพิ่มกำลังแรงเป็นพายุระดับ 5 ด้วยความเร็วลมประมาณ 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง และพัดเข้าถล่มประเทศอินเดียนับว่าเป็นพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดที่พัดเข้าฝั่งในคาบสมุทรมลายู อีกทั้งยังเป็นพายุลูกแรกและลูกเดียวในประวัติศาสตร์ที่พัดเข้าสู่ประเทศไทย หลังจากเหตุการณ์สงบลงมีผู้เสียชีวิตประมาณ 475 […]


Continue Reading


ไซโคลนนาร์กิส พายุ ไซโคลนนาร์กิส เป็นชื่อของพายุหมุนเขตร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2008 และเป็นพายุไซโคลนที่ถูกจัดว่าเป็นพายุที่รุนแรงมากเมื่อพัดเข้าชายฝั่ง พายุไซโคลนนาร์กิส เริ่มก่อตัวขึ้นในวันที่ 27 เมษายน ปี 2008 บริเวณมหาสมุทรอินเดียทางตะวันตกเฉียงใต้ของมัลดีฟส์ โดยเมื่อก่อตัวพายุนี้มีความรุนแรงที่ระดับ 2 ซึ่งมันได้เคลื่อนตัวขึ้นไปบริเวณทางตะวันตกเฉียงเหนือมุ่งสู่ทวีปแอฟฟริกาอย่างช้าๆ แต่ด้วยสภาวะอากาศของมหาสมุทรและเป็นเขตร้อนทำให้พายุนี้มีพลังแรงขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากสภาพอากาศที่เกื้อหนุนต่อการเพิ่มความเร็วลมของพายุ นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมากสำหรับพายุเขตร้อนที่เคลื่อนตัวย้อนกลับ ซึ่งมันได้เคลื่อนตัวขึ้นสู่ชายฝั่งเขตอริวดีของประเทศพม่า ซึ่งเป็นจุดที่มีบ้านเรือนของประชาชนเป็นจำนวนมาก พายุนี้เคลื่อนที่ขึ้นฝั่งด้วยความเร็วลมสูงถึง 215 กิโลเมตร/ชั่วโมง และถูกจัดในพายุระดับ 5 ที่เคลื่อนขึ้นฝั่ง เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2008 ความรุนแรงของพายุก่อให้เกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง ลมแรง น้ำท่วมฉับพลัน บริเวณพื้นที่นั้นเป็นจุดที่เป็นปากแม่น้ำอิรวดี ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำทำให้เกิดน้ำท่วมสูง รวมถึงผลกระทบของพายุยังส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในประเทศศรีลังกา อินเดีย และทางภาคเหนือของไทย หลังจากพายุสงบลงบริเวณปากแม่น้ำอิรวดีของพม่าเสียหายอย่างหนักและชาวพม่าเสียชีวิตราว 146,000 คน ซึ่งนับว่าเป็นการสูญเสียมากที่สุดและเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่เกิดขึ้น ทั้งนี้หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในการแก้ไขสถานการณ์ของรัฐบาลพม่า มีรายงานว่าบ้านเรือนหลายหลังจมอยู่ใต้น้ำและความเสียทางการเกษตร ไร่นา เป็นวงกว้าง ประชาชนกว่า 1 ล้านคนที่อาศัยโดยรอบของปากแม่น้ำอิรวดีได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ทั้งนี้ก่อนเกิดพายุรัฐบาลบังกลาเทศได้ประกาศให้ประชาชนเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตที่สามารถทำได้ก่อนพายุพัดผ่าน ซึ่งรัฐบาลกลัวว่าพายุจะก่อความเสียหายต่อการเกษตรซึ่งไม่อยากให้ซ้ำรอยจากพายุไซโคลนหมุนสิทร์พัดถล่มเมื่อปี 2007 สำหรับสภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพม่านั้นนับว่ามีความรุนแรงมาก นับตั้งแต่เหตุการณ์คลื่นสึนามิในปี 2004 […]


Continue Reading


ภูเขาไฟกรากะตัว หากกล่าวถึงภัยธรรมชาติจากภูเขาไฟซึ่งถือว่าเป็นภัยธรรมชาติที่มีความรุนแรงมากเมื่อมันเกิดขึ้นสามารถส่งผลกระทบโดยรอบได้อย่างมหาศาล เหตุการณ์การระเบิดของภูเขาไฟนั้นมีการจดบันทึกไว้มากมายและเหตุการณ์หนึ่งที่ต้องจดบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์คือ การระเบิดของ ภูเขาไฟกรากะตัว ซึ่งการระเบิดของมันนั้นมีความรุนแรงมากและบันทึกไว้ว่าเสียงระเบิดของมันดังไกลที่สุดในโลกด้วย กรากะตัว หรือ อินโดนีเซียเรียกว่า กรากาเตา เป็นชื่อของเกาะภูเขาไฟตั้งอยู่ในพื้นที่มหาสมุทรอินเดียตอนใต้อยู่ระหว่างเกาะสุมาตราและเกาะชวา กรากระตัวเป็นเกาะที่มีอายุไม่มากมันเกิดจากการปะทุของลาวาใต้มหาสมุทรบริเวณแนวรอยต่อของเปลือกโลกหรือเรียกว่า วงแหวนแห่งไฟ ซึ่งถือกำเนิดขึ้นราว 1 ล้านปีก่อนระหว่างนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายครั้งจนกระทั่งในช่วงราว 200 ปีก่อนนั้นเกาะมีภูเขาไฟขนาดเล็กด้วยกัน 3 ลูกซึ่งเกิดการระเบิดบ่อยครั้งจนราวปี 1800 เกาะแห่งนี้ก็เหลือภูเขาไฟเพียงลูกเดียวและสงบลงนับแต่นั้นมา เกาะแห่งนี้เริ่มมีมนุษย์เข้ามาตั้งถิ่นฐานบริเวณเกาะนี้นั้นเพราะว่าดินและแร่ธาตุจากภูเขาไฟนั้นอุดมสมบูรณ์มากสามารถเพาะปลูกพืชพรรณได้งอกงาม และเป็นที่น่าพอใจของผู้คน นั้นทำให้มีชนพื้นเมืองของอินโดนีเซียเริ่มเข้ามาสร้างบ้าน ปลูกพืช ทำการเกษตร บนเกาะกรากะตัวนี้ ทำให้บนเกาะมีหมู่บ้านตั้งอยู่มากมาย ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะทำเกษตรและประมง ไม่มีใครรู้ว่าภูเขาไฟลูกนี้กำลังตื่นขึ้นอีกครั้ง ซึ่งกรากะตัวระเบิดในระดับปานกลางครั้งล่าสุดราว ปี 1680 กรากะตัวเริ่มปะทุรุนแรงครั้งแรกอีกครั้งในวันที่ 20 สิงหาคม ปี 1883 การระเบิดนับว่ารุนแรงมันพ่นควันและหินออกมาจำนวนมาก บดบังท้องฟ้าบริเวณรอบเกาะทันที ชาวบ้านบนเกาะส่วนใหญ่ยังไม่ยอมออกจากเกาะเนื่องจากว่ากรากะตัวเคยระเบิดเล็กน้อยบ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน การระเบิดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภูเขาไฟพ่นควันออกมามากจนชาวบ้านบนเกาะเริ่มอพยพออกจากเกาะทันที ชาวบ้านบริเวณเกาะสุมาตราและเกาะชวาได้ยินเสียงระเบิดและมองเห็นกลุ่มควันได้ชัดเจน วันที่ 25 – 26 สิงหาคม 1883 การระเบิดครั้งรุนแรงเกิดขึ้นอีกครั้ง การระเบิดครั้งนี้ก่อเกิดการถล่มของเมฆถุลีภูเขาไฟ กระจายข้ามชายฝั่งมายังบริเวณเกาะโดยรอบ ส่งผลให้ประชาชนที่อยู่ในเส้นทางเมฆถุลีเสียชีวิตทันที […]


Continue Reading


ภัยธรรมชาติ เป็นภัยพิบัติ ชนิดที่เกิดขึ้นจากกระบวกการของธรรมชาติ มันสามารถเกิดขึ้นในหลากหลายรูปแบบเป็นภัยที่สามารถทำความเสียหายต่อชีวิตมนุษย์ และทรัพย์สิน รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่อยู่ในเขตผลกระทบภัยธรรมชาติ มีหลากหลายและสามารถเกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่ของโลก ทุกเวลา ภัยธรรมชาติคือการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอย่างฉับพลันและรุนแรง ในแต่ละที่ของโลกภัยธรรมชาติจะแตกต่างกัน มีความรุนแรงต่างกันมันเป็นสิ่งที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงและการกระทำของกระบวนการสภาวะของโลก ซึ่งมนุษย์ไม่มีวันเข้าใจได้เพียงต้องรับมือกับมันและป้องกันชีวิตตนเองให้ปลอดภัยที่สุด ทั้งนี้ภัยธรรมชาติบนโลกมีหลากหลายประเภทหลายรูปแบบดังนี้ ภัยธรรมชาติ มีหลายอย่าง – แผ่นดินไหว เป็นภัยธรรมชาติที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกอย่างฉับพลันและรุนแรง แผ่นดินไหวมักเกิดขึ้นตามแนวรอยเลื่อนของเปลือกทวีปซึ่งอยู่ในจุดต่างๆทั่วโลก ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นตามแนวแผ่นเปลือกโลกบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก แผ่นดินไหวนั้นเป็นแรงสั่นสะเทือนจากการยกตัวและเคลื่อนตัวของเปลือกโลกก่อเกิดความเสียหายทั้งของตึก อาคาร บ้านเรือน และก่อเกิดคลื่นสึนามิ  – ภูเขาไฟ ส่วนใหญ่ภูเขาไฟตั้งอยู่ใกล้ๆกับแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลก เป็นส่วนที่ลาวาใต้โลกดันตัวขึ้นมาตามช่องว่างของเปลือกโลก ภูเขาไฟเป็นภัยธรรมชาติที่สามารถทำนายการเกิดได้ล่วงหน้าและแจ้งเตือนประชาชนได้ทัน แต่บางครั้งก็ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เมื่อภูเขาไฟระเบิดก่อเกิดกลุ่มควันหนาปกคลุม ขี้เถ้า น้ำท่วม แผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม และลาวาเผาไหม้บ้านเรือน   – วาตภัย เป็นพายุฝนฟ้าคะนองที่มีความรุนแรงมาก มักเกิดขึ้นบริเวณเขตร้อนชื้นซึ่งเอื้ออำนวยต่อการเกิดวาตภัย วาตภัยถูกแบ่งระดับความรุนแรงที่แตกต่างกันตามพื้นที่ และความเร็วลม วาตภัยเกิดขึ้นเมื่อกระบวนของความกดอากาศต่ำ และสูงปะทะกัน เมื่อปะทะกันมากพอจะก่อเกิดเป็นลมหมุนขนาดใหญ่และมักเกิดในทะเลก่อนจะพัดขึ้นฝั่ง นอกจากนี้ยังมีวาตภัยอีกชนิดเรียกว่า ทอร์นาโด เป็นลักษณะของลมหมุนงวงช้างเกิดขึ้นมากในประเทศสหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย ซึ่งมีความเร็วลมสูงและอันตรายมาก – ไฟป่า เกิดขึ้นได้ทั้งจากธรรมชาติและฝีมือมนุษย์ ไฟป่า […]


Continue Reading