พายุไต้ฝุ่นเกย์ ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในเขตร้อน ซึ่งเป็นเขตที่มีการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนมากมายบางครั้งพายุเขตร้อนนั้นอาจส่งผลกระทบกับไทย แต่นับว่าโชคดีพายุที่พัดเข้าสู่ประเทศไทยนั้นไม่รุนแรงนักแต่จะทำให้ฝนตกหนัก และลมแรงบางจุดเท่านั้น ในอดีตไทยเคยเผชิญหน้ากับพายุเขตร้อนนับไม่ถ้วนแต่มีเหตุการณ์หนึ่งที่ร้ายแรงและสร้างผลกระทบกับประเทศไทยมหาศาลอย่าง เหตุการณ์ พายุไต้ฝุ่นเกย์ พัดถล่มเมื่อปี พ.ศ. 2532 พายุไต้ฝุ่นเกย์ เป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกหนึ่งที่พัดเข้าฝั่งในประเทศไทยและเป็นพายุลูกแรกและลูกเดียวในประวัติศาสตร์ที่พัดขึ้นฝั่งประเทศไทย ย้อนกลับไปในวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 พายุลูกนี้เริ่มก่อตัวขึ้นบริเวณอ่าวไทยห่างจากชายฝั่งจังหวัดชุมพรไปราว 300 กิโลเมตร ทั้งนี้จากการก่อตัวของพายุนั้นนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นเรื่องที่แปลกมากสำหรับพายุลูกนี้ที่ก่อตัวในเขตอ่าวไทย ซึ่งมีลักษณะเป็นอ่าวขนาดเล็กที่มีความหนาแน่สูง ซึ่งมันได้เพิ่มกำลังแรงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นพายุระดับไต้ฝุ่น ส่วนมากพายุหมุนเขตร้อนจะก่อตัวบริเวณทะเลเปิดและพัดเข้าฝั่ง สำหรับไต้ฝุ่นเกย์ถือว่าเป็นพายุที่มีความผิดปกติและในวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 เวลาประมาณ 08.00 น. พายุนี้ได้ขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดชุมพรด้วยความเร็วลมประมาณ 120 – 125 กิโลเมตร/ชั่วโมง หรือเทียบเป็นพายุระดับ 2 ซึ่งพายุไม่อ่อนกำลังแม้ว่าจะพัดผ่านเทือกเขาก็ตาม พายุไต้ฝุ่นเกย์ก่อขึ้นเกิดลมพัดแรงถล่มบ้านเรือนหลายหมู่บ้าน และ เกิดน้ำท่วมฉับพลัน พื้นที่ป่าและอาคารบ้านเรือนในจังหวัดชุมพรได้รับความเสียหายอย่างหนัก นอกจากนี้จังหวัดใกล้เคียงก็ได้รับผลกระทบด้วย นอกจากนี้พายุยังเดินทางข้ามไปยังฝั่งทะเลอันดามันและเดินทางข้ามมหาสมุทรอินเดียและเพิ่มกำลังแรงเป็นพายุระดับ 5 ด้วยความเร็วลมประมาณ 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง และพัดเข้าถล่มประเทศอินเดียนับว่าเป็นพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดที่พัดเข้าฝั่งในคาบสมุทรมลายู อีกทั้งยังเป็นพายุลูกแรกและลูกเดียวในประวัติศาสตร์ที่พัดเข้าสู่ประเทศไทย หลังจากเหตุการณ์สงบลงมีผู้เสียชีวิตประมาณ 475 […]


Continue Reading


ไซโคลนนาร์กิส พายุ ไซโคลนนาร์กิส เป็นชื่อของพายุหมุนเขตร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2008 และเป็นพายุไซโคลนที่ถูกจัดว่าเป็นพายุที่รุนแรงมากเมื่อพัดเข้าชายฝั่ง พายุไซโคลนนาร์กิส เริ่มก่อตัวขึ้นในวันที่ 27 เมษายน ปี 2008 บริเวณมหาสมุทรอินเดียทางตะวันตกเฉียงใต้ของมัลดีฟส์ โดยเมื่อก่อตัวพายุนี้มีความรุนแรงที่ระดับ 2 ซึ่งมันได้เคลื่อนตัวขึ้นไปบริเวณทางตะวันตกเฉียงเหนือมุ่งสู่ทวีปแอฟฟริกาอย่างช้าๆ แต่ด้วยสภาวะอากาศของมหาสมุทรและเป็นเขตร้อนทำให้พายุนี้มีพลังแรงขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากสภาพอากาศที่เกื้อหนุนต่อการเพิ่มความเร็วลมของพายุ นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมากสำหรับพายุเขตร้อนที่เคลื่อนตัวย้อนกลับ ซึ่งมันได้เคลื่อนตัวขึ้นสู่ชายฝั่งเขตอริวดีของประเทศพม่า ซึ่งเป็นจุดที่มีบ้านเรือนของประชาชนเป็นจำนวนมาก พายุนี้เคลื่อนที่ขึ้นฝั่งด้วยความเร็วลมสูงถึง 215 กิโลเมตร/ชั่วโมง และถูกจัดในพายุระดับ 5 ที่เคลื่อนขึ้นฝั่ง เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2008 ความรุนแรงของพายุก่อให้เกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง ลมแรง น้ำท่วมฉับพลัน บริเวณพื้นที่นั้นเป็นจุดที่เป็นปากแม่น้ำอิรวดี ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำทำให้เกิดน้ำท่วมสูง รวมถึงผลกระทบของพายุยังส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในประเทศศรีลังกา อินเดีย และทางภาคเหนือของไทย หลังจากพายุสงบลงบริเวณปากแม่น้ำอิรวดีของพม่าเสียหายอย่างหนักและชาวพม่าเสียชีวิตราว 146,000 คน ซึ่งนับว่าเป็นการสูญเสียมากที่สุดและเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่เกิดขึ้น ทั้งนี้หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในการแก้ไขสถานการณ์ของรัฐบาลพม่า มีรายงานว่าบ้านเรือนหลายหลังจมอยู่ใต้น้ำและความเสียทางการเกษตร ไร่นา เป็นวงกว้าง ประชาชนกว่า 1 ล้านคนที่อาศัยโดยรอบของปากแม่น้ำอิรวดีได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ทั้งนี้ก่อนเกิดพายุรัฐบาลบังกลาเทศได้ประกาศให้ประชาชนเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตที่สามารถทำได้ก่อนพายุพัดผ่าน ซึ่งรัฐบาลกลัวว่าพายุจะก่อความเสียหายต่อการเกษตรซึ่งไม่อยากให้ซ้ำรอยจากพายุไซโคลนหมุนสิทร์พัดถล่มเมื่อปี 2007 สำหรับสภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพม่านั้นนับว่ามีความรุนแรงมาก นับตั้งแต่เหตุการณ์คลื่นสึนามิในปี 2004 […]


Continue Reading